เผยความลับ บริษัทในฝันที่คน Gen Y อยากทํางานด้วยมากที่สุด

ปัจจุบันบริษัทจำนวนมากพยายามปรับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่ซึ่งเกิดในยุคที่ทุกอย่างถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการด้าน Lifestyle ของคนรุ่นใหม่ อย่างเช่น สวัสดิการต่างๆ ที่บริษัทมอบให้แก่พนักงาน ก็ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมทำงานกับบริษัทนั้นๆ แต่จากผล Survey ที่ Recruitment Sathi สำรวจในหัวข้อ “บริษัทชั้นนําที่คนส่วนมากอยากร่วมงานด้วย” พบว่านอกจากสวัสดิการแล้ว คนรุ่นใหม่ให้ความสําคัญกับ ความก้าวหน้าในการทํางาน วัฒนธรรมองค์กร และการเติบโตของบริษัทอีกด้วย ความก้าวหน้าในการทํางาน นอกจากตำเเหน่งงานที่ชอบ และตรงตามความต้องการแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดที่ผู้สมัครควรพิจารณาคือ บริษัทที่เรากำลังสมัครหรือกำลังทำงานอยู่นั้น มีความก้าวหน้าในการทำงานหรือไม่? เมื่อเราเข้ามาทำงานเเล้วมีโอกาสเลื่อนขั้น พัฒนา หรือสามารถเติบโตในองค์กรได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้จะเห็นได้ง่าย ๆ จากการดูว่าบริษัทนั้นมีอะไรที่จะช่วยทำให้เรามีโอกาสพัฒนาทางด้านสายอาชีพของเราหรือไม่ เช่น มีการ Training เพราะคนส่วนมากมองว่า บริษัทที่ดี คือบริษัทที่พร้อมสนับสนุน และพัฒนาคุณภาพของบุคลากร มีการวางแผนทำ Succession Plan มีการวางแผนเลื่อนขั้น เเละสามารถประเมินผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัฒนธรรมองค์กร สิ่งสำคัญที่จะสามารถบ่งบอกความเป็นตัวตนของบริษัทได้ดี ก็คือ “วัฒนธรรมองค์กร” จึงไม่น่าแปลกใจที่คนรุ่นใหม่หลายคนที่มีความสามารถ ต้องลาออกจากบริษัทเพราะไม่สามารถปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมองค์กรนั้น ๆ ได้ ทุกวันนี้บริษัทหลายที่ก็พยามปรับตัวให้เข้ากับคนรุ่นใหม่ บางบริษัทมีการปรับกฎ ระเบียบบางอย่าง… Continue reading เผยความลับ บริษัทในฝันที่คน Gen Y อยากทํางานด้วยมากที่สุด

เคล็ดไม่ลับตัดสินใจเลือกงานให้ได้ดี

หลังจากผ่านการสัมภาษณ์งานครั้งแล้วครั้งเล่า และส่งใบสมัครไปมากมาย ก็ถึงเวลาที่คุณจะได้พิสูจน์ตัวเองแล้ว แต่หลังจากได้รับการโทรศัพท์เข้ามาเสนองานหลายต่อหลายงาน หลายคนอาจจะตื่นเต้นไม่รู้ว่าจะเลือกงานใดดี เพราะงานแต่ละที่ๆ ไปสัมภาษณ์มาก็มีข้อดีต่างๆ กันไป จนรู้สึกตั้งตัวไม่ทัน งานนั้นก็เดินทางไม่ไกล งานนี้ก็ได้เงินดี และการตัดสินใจเลือกงานทั้งที ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าการเลือกทำงานที่ใดที่หนึ่งจะต้องอยู่ที่นั่นไปอีกนานพอสมควร ซึ่งหมายถึงทั้งไลฟสไตล์และการใช้ชีวิตประจำวันจะต้องเปลี่ยนไป Recruitment Sathi อยากให้คุณลองพิจาณาถึงสิ่งเหล่านี้เพื่อประกอบการตัดใจในการเลือกที่ทำงานให้ดีที่สุด หาข้อมูลบริษัททุกที่ให้ละเอียด การหาข้อมูลบริษัทควรเริ่มตั้งแต่ก่อนจะไปสัมภาษณ์งาน เพื่อที่จะได้ทำให้กรรมการสัมภาษณ์ประทับใจที่คุณมีข้อมูลเกี่ยวองค์กรของเขา ซึ่งคุณควรจะรู้ว่าบริษัทที่เราจะไปสัมภาษณ์ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรเป็นพิเศษ และบริษัทคาดหวังอะไรจากคนที่จะมาทำงานในตำแหน่งงานนี้ และวัฒนธรรมองค์กรรวมไปถึงแบรนด์บริษัทนั้นให้ภาพลักษณ์อย่างไรต่อคุณ จากนั้นเมื่อได้รับการตอบรับเข้าทำงาน ก็นำข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการตัดสินใจว่าคุณจะรู้สึกสบายใจกับการทำงานที่ใดมากกว่ากัน สภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นอย่างไร หลังจากที่หาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทแล้วลองดูภาพคร่าวๆ ของบริษัทนั้นๆ ว่าวัฒนธรรมองค์กรและลักษณะการทำงานเหมือนอย่างที่คุณหาข้อมูลมาไว้หรือ ผู้คนแต่งตัวอย่างไร การทำงานดูกดดันหรือไม่ หรือดูสนุกสนาน หัวหน้างานที่มาสัมภาษณ์คุณมีลักษณะนิสัยใจคออย่างไรตอนที่สัมภาษณ์คุณ หลังจากให้ลองคิดดูว่าหากคุณต้องมาทำงานที่นี่ 5 วันต่อสัปดาห์คุณมีความรู้สึกอย่างไร อย่าลืมพิจารณาเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ แต่ละบริษัทมีวัฒนธรรมองค์กรต่างกัน รวมไปถึงสวัสดิการที่มอบให้แก่บริษัทด้วย ลองดูในหน้าเว็บไซต์ของบริษัทว่าบริษัทนั้นๆ มีกิจกรรมและสวัสดิการอย่างไรที่นอกเหนือไปจากเงินเดือนและโบนัส เช่น หากคุณต้องทำงานในตำแหน่งที่ต้องออกนอกบริษัทบ่อยๆ บริษัทมีเบี้ยเลี้ยงในส่วนนี้ไหม หรือบางบริษัทอาจจะมีสวัสดิการอาหารกลางวันหรือขนมที่พิเศษกว่าที่อื่นๆ ก็ได้ ทำรายการข้อดีข้อเสียเพื่อเปรียบเทียบ การเขียนรายการข้อดีที่คุณชอบ และจุดที่คุณอาจจะเฉยๆ เกี่ยวบริษัทและตำแหน่งที่ได้รับเสนองาน พยายามเขียนรายการออกมาให้หมด จากนั้นให้คะแนนตามความสำคัญ เช่น… Continue reading เคล็ดไม่ลับตัดสินใจเลือกงานให้ได้ดี

ทำไงให้ถูกเรียกสัมภาษณ์งานไวๆ

เมื่อถึงเวลาที่ต้องหางาน สิ่งที่เหล่า Job Seeker ทุกคนตั้งตารอคอยก็คือรอให้ HR โทรมาเพื่อเรียกนัดสัมภาษณ์งาน แล้วอะไรล่ะคือสิ่งที่จะดึงดูดให้ HR โทรมานัดสัมภาษณ์ Recruitment Sathi จะขอบอกว่าเคล็ดลับว่าทำอย่างไร จึงจะถูกเรียกสัมภาษณ์งาน เพื่อให้เหล่าเด็กจบใหม่และคนหางานทั้งหลายนำไปใช้กันเพื่อจะได้ทำให้ถูกเรียกสัมภาษณ์งานไว ๆ ทักษะอะไรที่นายจ้างต้องการ อย่าลืมในลงใน Resume ปกติแล้ว HR จะใช้เวลาไม่นานต่อ Resume หนึ่งฉบับ เพราะใน 1 วันอาจจะมี Resume เข้ามามากมาย ทำให้ไม่สามารถดู Resume ได้อย่างละเอียดทุกฉบับ เว้นเสียแต่ว่ามันจะเป็นอะไรที่น่าสนใจและดึงดูดจริง ๆ ถึงจะอ่าน Resume ฉบับนั้นอย่างตั้งใจ เพราะฉะนั้นเราจึงควรที่จะทำให้ Resume ของเราเป็นที่น่าสนใจสำหรับ HR เพื่อให้ถูกเรียกสัมภาษณ์งาน ทักษะที่นายจ้างไหนก็อยากได้จากผู้สมัคร นอกจากเหนือจากเกรด และทักษะเฉพาะทางแล้วยังมีทักษะต่าง ๆ ที่คุณได้รับจากการทำกิจกรรมหรืองานพิเศษ หรือแม้แต่งานอดิเรกของคุณ หากคุณมีทักษะเหล่านี้ก็อย่าใส่ลงไปในเรซูเม่ ทักษะการทำงานเป็นทีม ทุกวันนี้เราไม่สามารถทำงานคนเดียวได้อีกต่อไป เมื่อเราเข้าทำงานในบริษัทเราก็ต้องมีหัวหน้าทีม มีเพื่อนร่วมทีมดังนั้นทักษะนี้จึงเป็นทักษะที่สำคัญอันดับต้น ๆ ถ้าคุณเคยทำกิจกรรมอาสาหรือการฝึกงานต่าง… Continue reading ทำไงให้ถูกเรียกสัมภาษณ์งานไวๆ

ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome

อาการเหนื่อย หมดแรง ท้อแท้ เบื่องาน หมดไฟในตัวเอง หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เมื่อได้ทำงานมาสักระยะ แต่รู้ไหมคะ? ว่าอาการเหล่านี้หากยิ่งเป็นไปนาน ๆ แล้วไม่รีบจัดการกับมัน อาจจะส่งผลให้คุณกลายเป็นโรคซึมเศร้า และแน่นอน เป็นที่รู้ดีว่า เมื่อเป็นโรคนี้ ความสุขในการใช้ชีวิตของคุณจะหายไปทันที ซึ่งอาจถึงขั้นร้ายแรงจนถึงการไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อบนโลก นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome หมดไฟ-การทำงาน ภาวะหมดไฟในการทำงาน ยังไม่ได้มีการให้คำจำกัดความต่ออาการนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ที่มีอาการนี้มักจะมีอาการที่คล้ายกลุ่มคนที่เป็นโรคซึมเศร้า และมักมีความวิตกกังวลสูง จึงอาจจะทำให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน จะเกิดจากการทำงานเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงานจะต้องเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป เพียงแต่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติเท่านั้นเอง ภาวะหมดไฟในการทำงาน กับ โรคซึมเศร้า คนที่มีภาวะหมดไฟในการทำงาน และคนที่มี ภาวะโรคซึมเศร้า จะมีลักษณะที่คล้ายๆกัน คือ รู้สึกหดหู่ เหนื่อย หมดแรง ปรถสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่คนที่มีภาวะของโรคซึมเศร้าจะมีอาการที่รุนแรงกว่ามาก เพราะเป็นความผิดปกติในทางด้านความคิด อารมณ์ ความรู้สึกที่จะเป็นไปในทางลบอันมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการจบชีวิตตนเอง ภาวะหมดไฟในการทำงาน เกิดขึ้นได้จากปัจจัยใดบ้าง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อยู่ในสภาวะเครียดและกดดันในการทำงานเป็นเวลานานเกินไป งานที่รับผิดชอบไม่ได้เป็นงานที่ชอบ รัก… Continue reading ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome

5 เทคนิคเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

ไม่ว่าคุณจะทำงานในสาขาอาชีพใดก็ตาม นอกเหนือไปจากหัวหน้าและสวัสดิการแล้ว เพื่อนร่วมงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานเลยทีเดียว สามสิ่งนี้นั้นส่งผลต่อความสำเร็จในสาขาอาชีพที่คุณทำงานอยู่ เพราะถ้าเพื่อนร่วมงานดี พวกเขาจะมีคำแนะนำในการทำงาน และการทำงานที่ไม่ต้องคอยกังวลกับการซุบซิบนินทาของเหล่าเพื่อนร่วมงาน คงจะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจและมีความสุข นอกจากนี้การเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เพียงแต่สร้างบรรยากาศในการทำงานที่สงบสุขเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์และความสำเร็จขององค์กรด้วย ประโยชน์มากมายขนาดนี้คงไม่มีใครอยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมการอย่างแน่นอน Recruitment Sathi จะแนะนำวิธีที่จะช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกคนในองค์กรและชีวิตประจำวันของทุกคนด้วย จริงใจและทักทายกับเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ เวลาต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน คุณควรทำตัวเป็นคนจริงใจและเปิดเผยด้วยเพื่อเริ่มต้นการสร้างความสัมพันธ์ เมื่อคุณเป็นคนจริงใจ การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานไม่ว่าจะในแผนกหรือต่างแผนกจะทำให้คุณรู้จักพวกเขาดีขึ้น และทำให้คุณทำงานร่วมกันได้อย่างดีขึ้นด้วย ลองเปลี่ยนทัศนคติว่าการทำงานคือสถานที่ที่ต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตอยู่ด้วย มาเป็นสถานที่จะได้ใช้เวลากับกัลยาณมิตรดีๆ ลองใช้โอกาสนี้ในการเปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นด้วยการกล่าวทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใสและในขั้นต้นคุณอาจจะชวนพูดคุยเกี่ยวกับการทำงาน แต่เมื่อสนิทกับแล้วคุณอาจจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ทั่วไปก็ได้ เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี บางครั้งการทำตัวเปิดเผยและจริงใจเพียงอย่างก็อาจจะยังไม่ทำให้คนอื่นเป็นมิตรกับคุณได้ เพราะคนบางคนอาจจะไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ หรือเป็นคนที่ชอบทำงานคนเดียว ถึงอย่างนั้นคุณก็ควรที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบ้าง เพื่อให้การทำงานราบรื่น ไม่อย่างนั้นการทำงานอาจจะจบลงที่ทุกคนทำร้ายองค์กรด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว เมื่อคุณต้องเริ่มต้นบทสนทนากับพวกเขาก็ลองเสนอตัวที่จะช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง อย่างน้อยๆ พวกเขาก็เห็นได้ว่าคุณไม่ได้เพียงแต่พูด แต่คุณลงมือทำอย่างจริงใจด้วย ลองชวนเพื่อนร่วมงานทำกิจกรรมหลังเลิกงาน ถ้าคุณอยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานนอกเหนือจากเวลางานบ้าง แต่คุณไม่แน่ใจว่าจะชวนเพื่อนร่วมงานไปรับประทานอาหารเย็นหลังเลิกงานหรือไปดูหนังในวันหยุดดีไหม คุณอาจจะเริ่มด้วยการลองชวนพวกเขาไปทานข้าวเที่ยงนอกออฟฟิศด้วยกันก็ได้ และถ้าคุณไปทานข้าวด้วยกันแล้วทุกอย่างราบรื่นดี สิ่งเล็กๆ นี้ ก็จะกลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อนร่วมงานอีกด้วย หาความสนใจที่มีร่วมกัน สำหรับบางคนแล้วการต้องมาทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณลองคิดดูเพื่อนๆ ของเราต่างก็เคยเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเริ่มต้นทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานเหมือนทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ วิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้จักกับเพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้นก็คือหาอะไรทำคุณมีคล้ายๆกัน… Continue reading 5 เทคนิคเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างวัน

การทำงานระหว่างวันอาจจะต้องเจอกับสิ่งรบกวนตลอดทั้งวันทำให้การทำงานไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ต้องการ ซึ่งการแก้ปัญหามีได้หลายวิธีที่จะช่วยทำให้คุณทำงานได้เสร็จตามที่ต้องการ Recruitment Sathi มีวิธีที่ช่วยให้การทำงานระหว่างของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขียนสิ่งที่ต้องทำของวันพรุ่งนี้ ลองใช้ช่วงเวลาตอนเย็นหลังจากทำงานต่างๆ ของแต่ละวันในการวางแผนว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องทำงานอะไรให้เสร็จบ้าง เพื่อที่ตื่นเช้ามาทำงานอีกวันจะได้ทำงานไปตามแผน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง สำหรับวิธีจัดลำดับนั้น เนื่องจากแต่ละคนมีช่วงเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุดไม่เหมือนกัน การวางแผนทำงานจึงควรดูว่าช่วงเวลาใดของวันที่เป็นช่วงเวลาที่เรามีสมาธิมากที่สุด ก็จัดเอางานที่ใช้เวลามากที่สุดไว้ในช่วงเวลานั้น สำหรับบางคนอาจจะเป็นตอนเช้า บางคนอาจจะเป็นตอนบ่าย จากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับงานที่ทำซ้ำๆ หรือไม่ต้องเคร่งเครียดมากนัก เช่น ตอบอีเมลที่ไม่สำคัญ เป็นต้น จัดการกับสิ่งรบกวนให้เป็น ระหว่างการทำงานในแต่ละวัน อาจจะมีสิ่งที่รบกวนการทำงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานอย่างมีสมาธิได้ เพราะต้องเอาเวลาไปจัดการกับสิ่งรบกวนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์จากลูกค้า ตอบอีเมลด่วน หรือการตอบคำถามเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่เข้ามารบกวนได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีแผนรับมือกับสิ่งที่เข้ามารบกวนให้ได้ ลองดูว่าสิ่งรบกวนมักเกิดขึ้นบ่อยขนาดไหน จะได้จัดลำดับความสำคัญของการทำงานถูก ใส่หูฟังเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คนรอบข้างรู้ว่าเรากำลังต้องการสมาธิอย่างมาก ตั้งใจทำงานอย่างออกหน้าออกหน้า เพื่อให้คนเห็นว่าเรายุ่งอยู่จริงๆ ลองอยู่เงียบๆ พูดให้น้อยที่สุด แม้จะเป็นเรื่องตลกก็พยายาม จัดสภาพแวดล้อมให้ลงตัว ถ้าสิ่งรอบตัวไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน เราก็อาจที่จะเปลี่ยนจุดสนใจจากงานมาหงุดหงิดกับสิ่งเล็กๆ น้อยเหล่านั้น ก็ลองปรับเปลี่ยนเท่าที่จะเปลี่ยนได้ บางคนสามารถทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน ความดังของเสียง ความสว่างของไฟ แต่เราอาจจะควบคุมบรรยากาศรอบตัวไม่ได้ทั้งหมด แต่ลองหาอะไรที่เราสามารถจัดการได้ เพื่อให้บรรยากาศเข้ากับการทำงานของเรามากที่สุด จัดโต๊ะทำงานให้โล่ง จัดเอกสารเข้าแฟ้มหรือวางใต้โต๊ะให้หมด หาตุ๊กตาตัวเล็กๆ จากการ์ตูนที่ชื่นชอบมาวาง… Continue reading ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างวัน

3 นิสัยที่ HR ไม่ปลื้มตอนสัมภาษณ์ !

ก่อนการสัมภาษณ์งานนั้น เรามักจะเตรียมตัวให้ดี แต่แม้ว่าการสัมภาษณ์งานนั้นจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะถ้าหากดันเผลอไปทำในสิ่งที่ทำให้ “แม้แต่ HR ที่ใจเย็นที่สุด ก็หัวเสียได้” ก็คงจะชวดงานนั้นแน่ ๆ ซึ่งเรื่องนี้ Recruitment Sathi ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นและพูดคุยกับเหล่า HR ที่มีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งาน พวกเขาต่างก็เล่าถึงประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ซึ่งในมุมของ HR แล้ว พวกเขาก็ได้เรียนรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่จะทำให้และเพื่อจะช่วยให้เหล่าผู้สมัครทั้งหลายไม่ทำผิดพลาดแบบที่เขาเคยทำ Recruitment Sathi เลยสรุปให้รู้ว่านี่คือนิสัยแย่ ๆ 3 อย่างที่ HR ไม่ปลื้มเอาเสียมาก ๆ เอ่ยถึงมหาวิทยาลัยบ่อย ๆ การที่เราจบจากมหาวิทยาลัยใด ๆ ก็ตาม เราก็ย่อมมีความภูมิใจที่สำเร็จการศึกษาออกมาจนได้ แต่ก็ควรพยายามไม่เอาเรื่องมหาวิทยาลัยมาพูดบ่อย ๆ ในการสัมภาษณ์ โดยเฉพาะ ถ้าพูดเพื่ออวดว่าตัวเองนั้นจบมาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มันกลายจะเป็นเรื่องน่าเบื่อทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า HR เขาไม่ได้ถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงว่าเราจบมาจากที่ไหน มันก็อาจจะทำให้ HR รู้สึกไม่โอเคได้ ถ้าเราพยายามจะพูดถึงมหาวิทยาลัยของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น “ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย XXX ผมได้ทำกิจกรรมอาสา”… Continue reading 3 นิสัยที่ HR ไม่ปลื้มตอนสัมภาษณ์ !

วิธีทำให้กรรมการประทับใจในการสัมภาษณ์งาน

หลังจากฝ่าฟันเขียนเรซูเม่ให้โดนใจฝ่ายบุคคลแล้ว ขั้นต่อไปก่อนที่จะเข้าทำงานด่านแรกที่ทุกคนต้องเจอก็คือ “การสัมภาษณ์งาน” ซึ่งหากทำให้กรรมการประทับใจได้ในด่านนี้ คุณก็จะไปด่านต่อไปนั่นคือการทำงานจริง ซึ่งการสัมภาษณ์งานนั้นอาจจะไม่ได้มีแต่ฝ่ายบุคคลเท่านั้น แต่อาจจะมีหัวหน้าในอนาคตของคุณอยู่ด้วย แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่คุณก็ควรที่จะทำช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุดเพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง Recruitment Sathi ขอเสนอ 9 วิธีที่จะทำให้กรรมการทุกคนประทับใจในตัวคุณ ฝึกฝนการพูดให้คล่อง ก่อนจะถึงวันสัมภาษณ์จริงคุณควรจะฝึกตอบคำถามที่มักจะถามกันในวันสัมภาษณ์งาน เพราะการพูดคล่องนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจในสิ่งที่พูดจริง ๆ เพราะคนที่ไม่เข้าในสิ่งที่พูดหรือกำลังโกหกอะไรบางอย่างมักจะมีพิรุจน์ในการพูด ดังนั้นลองฝึกพูดหน้ากระจกให้คล่อง วิธีการนี้ยังทำให้คุณได้ประเมินทัศนคติของตัวเองอีกด้วย หาข้อมูลบริษัท การสัมภาษณ์งานนั้นไม่ใช่ว่าบริษัทจะเป็นฝ่ายถามคุณเพียงอย่างเดียว แต่คุณเองก็จะต้องเป็นฝ่ายถามบริษัทด้วย ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีเรื่องพูดคุยกับผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบริษัท และคุณยังจะได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทในอนาคตของคุณ ถ้าคุณมีคนรู้จักในนั้น ลองถามเขาข้อมูลดู หากบริษัทที่คุณกำลังจะไปสัมภาษณ์งานนั้นมีคนที่คุณรู้จักทำงานอยู่ คุณก็ควรลองถามเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการและอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลวงใน รู้จักการทำงานของตำแหน่งนั้นให้มากที่สุด คุณกำลังจะไปสัมภาษณ์งานไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม คุณควรรู้จักรายละเอียด หน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับตำแหน่งงานนั้นให้มากที่สุด เพราะคนที่กำลังจะจ้างงานคุณก็คาดหวังว่าการจ้างคุณเข้ามาทำงานนั้นจะช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ ดังนั้นคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งนั้น ๆ ต้องการทักษะใดแล้วพยายามพรีเซนส์ออกมาว่าคุณสามารถทำได้จริง ๆ การไหว้ทักทาย คุณไม่จำเป็นต้องฝึกไหว้ให้สวยแบบพรีเซนเตอร์โฆษณาก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะไหว้คณะกรรมการเพราะคุณจะดูสุภาพ อ่อนน้อมถ่อนตน แต่ถ้าคุณไม่ได้สัมภาษณ์งานกับคนไทย และเขาต้องการจับมือ ก็ต้องจับโดยออกแรงหน่อย ทั้งสองอย่างนี้ให้ทำก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัว รอยยิ้มพิมใจ อย่าลืมที่จะยิ้มตลอดเวลาตอบคำถาม แสดงให้เห็นว่าคุณมีความกระตือรือล้นและใส่ใจฟังในสิ่งที่กรรมการถาม แม้ว่ากรรมการสัมภาษณ์งานบางที่อาจจะไม่ยิ้มตอบคุณเพราะเขาสัมภาษณ์คนมาแล้วทั้งวัน… Continue reading วิธีทำให้กรรมการประทับใจในการสัมภาษณ์งาน

ตอบอย่างไรดีกับคำถาม “มีอะไรจะถามไหม?”

เมื่อคุณสมัครงาน สิ่งที่คุณจะต้องเจอก็คือกระบวนการสัมภาษณ์งานเพราะที่ทำงานใหม่ของคุณยังไม่รู้จักคุณดี ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน ด้วยความที่รูปแบบการสัมภาษณ์งานก็จะคล้ายๆ กัน เช่นเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว และจบลงด้วยคำถามปิดบางอย่างเพื่อให้รู้ว่าการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงแล้ว หนึ่งในคำถามที่หลายคนมักเจอก็คือ “มีอะไรจะถามไหม?” สำหรับบางคนแล้ว คำถามนี้เป็นถามที่ยากพอสมควร เพราะก่อนจะมาสัมภาษณ์ก็ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานมาเป็นอย่างดี จนไม่รู้จะถามอะไรต่อ Recruitment Sathi ได้รวบรวมคำถามที่จะทำให้การสัมภาษณ์คุณเป็นไปด้วยดีและเป็นที่น่าประทับใจของกรรมการ ความท้าทายของตำแหน่งนี้มีอะไรบ้าง เนื่องจากคนที่สัมภาษณ์คุณอาจจะเป็นหัวหน้างานในตำแหน่งนี้อยู่ พวกเขาจะรู้ว่าในการทำงานตำแหน่งนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน และอะไรคือสิ่งที่ท้าทาย ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับคุณ เพราะคุณจะได้มองเห็นตัวเองในอนาคตว่าคุณกำลังจะต้องเจอกับอะไร แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร โอกาสเติบโตของตำแหน่งนี้เป็นอย่างไร การทำงานใดก็ตาม คุณต้องมองหาหนทางเติบโตในการทำงานที่ชัดเจน เพราะการเติบโตที่ชัดเจนจะทำให้คุณเองมองเห็นเป้าหมายว่าคุณจะมีอนาคตในอีก 3 ปี หรือ 5 ปี อย่างไร การเลื่อนขั้นที่ชัดเจนจะทำให้คุณมีแรงใจในการทำงานมากขึ้น รวมทั้งยังได้รับบทบาทใหม่ๆ มากขึ้น วัฒนธรรมขององค์กรนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากที่สุด แต่ละองค์กรมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากจะต้องเข้าไปทำงานในที่ๆ ใหม่ คำถามลักษณะนี้จะช่วยให้คุณประเมินตัวเองได้ว่าคุณจะทำงานที่นี่ได้ไหม ซึ่งการที่คุณสมัครงานในตำแหน่งหนึ่งๆ คุณย่อมต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนจนถูกเรียกสัมภาษณ์ แต่ว่าทักษะอาจจะไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำให้คุณทำงานหนึ่งได้นานๆ วัฒนธรรมองค์กรก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นเดียวกัน ทีมที่กำลังจะเข้าไปทำงานมีกี่คน คำถามนี้สำคัญมากสำหรับคนที่กำลังจะทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน เพราะคุณอาจจะต้องเข้ามาดูแลคนจำนวนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันหากคุณสมัครงานในตำแหน่งทั่วไป คำถามนี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่าคุณกระตือรือล้นที่จะทำงานเป็นทีม หรือชอบทำงานคนเดียวได้เช่นเดียวกัน วิสัยทัศน์ของ CEO… Continue reading ตอบอย่างไรดีกับคำถาม “มีอะไรจะถามไหม?”

ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน

เชื่อเลยว่าหลายคนคงต้องเจอกับอาการเบื่องานกันบ้างแหล่ะ แต่ความจริงคือเราทุกคนต้องทำงาน เพราะงานเป็นส่วนหนึ่งใหญ่ของชีวิต จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตคน ๆ หนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นหากเรากำลังรู้ตัวว่าไม่มีความสุขในการทำงานแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าจะต้องเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพการทำงานและอาจจะทำให้ตัดสินใจอะไรหลายอย่างโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อนแบบต้องหาวิธีที่จะทำให้ความสุขกลับคืนมาแล้ว ความสุขในการทำงานหายไปได้อย่างไร เมื่อเราทำงานไปสักระยะเราจะต้องเจอทั้งความเปลี่ยนแปลงมากมาย หลายคนที่เคยชินกับการทำงานแบบเดิมเหมือนตอนแรกที่เข้ามาทำงาน อาจจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน หรือเมื่อเพื่อนร่วมงานที่สนิทลาออกไป ก็ไม่อยากที่ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความกดดัน จุดเล็ก ๆ เพียงจุดเดียวที่เราไม่พอใจกับการทำงานนั้นส่งผลไปถึงความสุขในการทำงานที่ลดลงด้วย แล้วผลก็คือการมองโลกในแง่ร้ายต่อการทำงาน เช่น มองว่าองค์กรไม่ดี เพื่อนร่วมงานไม่ดีไปจนถึงงานที่เราทำอยู่นั้นไม่ดี แล้วก็จะไม่อยากทำงานหรือเปลี่ยนงานในสุด จะตามหาความสุขกลับมาได้อย่างไร วิธีแก้ก็คือหาสาเหตุให้เจอแล้วแก้ด้วยการหาวิธีหยุดสาเหตุเหล่านั้นให้ได้ แต่ถ้าหากยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ ลองทำวิธีการเหล่านี้ดู เลิกบ่นเรื่องบริษัท บริษัทคือสถานที่ที่ต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งวันทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าเราอึดอัดเมื่อต้องอยู่ที่ทำงาน ความสุขก็ย่อมลดลงแน่นอน วิธีการที่ง่ายที่สุดคือหยุดบ่นเรื่องที่ทำงาน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานหรือกับคนอื่นก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงบริษัทในทางที่ไม่ดี ไม่ต้องสร้างความคิดที่ว่าบ้านที่เราอยู่นั้นแย่กว่าของคนอื่น หยุดเปรียบเทียบที่ทำงานของเรากับออฟฟิศที่เราไปเจอ เว้นเสียแต่เราจะพูดกับคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้เช่นหัวหน้างานหรือ HR อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้เราลดการพูดเรื่องที่ไม่ดีลงไปได้ เลิกคิดเรื่องหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ หากเราไม่ชอบเพื่อนร่วมงานหรือคนรอบตัวเพราะนิสัยหรือความคิดของพวกเขา ให้จำเอาไว้ว่าเราเจอพวกเขาแค่ที่ทำงานและในเวลางานเท่านั้น เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านเราก็ได้อยู่กับตัวเองแล้ว ดังนั้นหากคุณแบบรับความเกลียดไว้จนถึงบ้าน คุณก็จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ชอบตลอดเวลา จนเครียดสะสมเองโดยที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไร… Continue reading ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน