ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome

อาการเหนื่อย หมดแรง ท้อแท้ เบื่องาน หมดไฟในตัวเอง หรือภาวะหมดไฟในการทำงาน บางคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เมื่อได้ทำงานมาสักระยะ แต่รู้ไหมคะ? ว่าอาการเหล่านี้หากยิ่งเป็นไปนาน ๆ แล้วไม่รีบจัดการกับมัน อาจจะส่งผลให้คุณกลายเป็นโรคซึมเศร้า และแน่นอน เป็นที่รู้ดีว่า เมื่อเป็นโรคนี้ ความสุขในการใช้ชีวิตของคุณจะหายไปทันที ซึ่งอาจถึงขั้นร้ายแรงจนถึงการไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อบนโลก นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome หมดไฟ-การทำงาน ภาวะหมดไฟในการทำงาน ยังไม่ได้มีการให้คำจำกัดความต่ออาการนี้อย่างชัดเจน เนื่องจากผู้ที่มีอาการนี้มักจะมีอาการที่คล้ายกลุ่มคนที่เป็นโรคซึมเศร้า และมักมีความวิตกกังวลสูง จึงอาจจะทำให้เกิดความสับสนเข้าใจผิด สำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงาน จะเกิดจากการทำงานเป็นหลัก ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่อยู่ในภาวะหมดไฟในการทำงานจะต้องเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป เพียงแต่มีความเสี่ยงมากกว่าปกติเท่านั้นเอง ภาวะหมดไฟในการทำงาน กับ โรคซึมเศร้า คนที่มีภาวะหมดไฟในการทำงาน และคนที่มี ภาวะโรคซึมเศร้า จะมีลักษณะที่คล้ายๆกัน คือ รู้สึกหดหู่ เหนื่อย หมดแรง ปรถสิทธิภาพในการทำงานลดลง แต่คนที่มีภาวะของโรคซึมเศร้าจะมีอาการที่รุนแรงกว่ามาก เพราะเป็นความผิดปกติในทางด้านความคิด อารมณ์ ความรู้สึกที่จะเป็นไปในทางลบอันมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดการจบชีวิตตนเอง ภาวะหมดไฟในการทำงาน เกิดขึ้นได้จากปัจจัยใดบ้าง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน อยู่ในสภาวะเครียดและกดดันในการทำงานเป็นเวลานานเกินไป งานที่รับผิดชอบไม่ได้เป็นงานที่ชอบ รัก… Continue reading ภาวะหมดไฟในการทำงาน หรือ Burnout Syndrome

5 เทคนิคเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

ไม่ว่าคุณจะทำงานในสาขาอาชีพใดก็ตาม นอกเหนือไปจากหัวหน้าและสวัสดิการแล้ว เพื่อนร่วมงานถือเป็นปัจจัยสำคัญในการทำงานเลยทีเดียว สามสิ่งนี้นั้นส่งผลต่อความสำเร็จในสาขาอาชีพที่คุณทำงานอยู่ เพราะถ้าเพื่อนร่วมงานดี พวกเขาจะมีคำแนะนำในการทำงาน และการทำงานที่ไม่ต้องคอยกังวลกับการซุบซิบนินทาของเหล่าเพื่อนร่วมงาน คงจะทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างสบายใจและมีความสุข นอกจากนี้การเป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงานไม่ได้เพียงแต่สร้างบรรยากาศในการทำงานที่สงบสุขเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์และความสำเร็จขององค์กรด้วย ประโยชน์มากมายขนาดนี้คงไม่มีใครอยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมการอย่างแน่นอน Recruitment Sathi จะแนะนำวิธีที่จะช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานที่สามารถปรับใช้ได้กับทุกคนในองค์กรและชีวิตประจำวันของทุกคนด้วย จริงใจและทักทายกับเพื่อนร่วมงานบ่อยๆ เวลาต้องการสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน คุณควรทำตัวเป็นคนจริงใจและเปิดเผยด้วยเพื่อเริ่มต้นการสร้างความสัมพันธ์ เมื่อคุณเป็นคนจริงใจ การพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานไม่ว่าจะในแผนกหรือต่างแผนกจะทำให้คุณรู้จักพวกเขาดีขึ้น และทำให้คุณทำงานร่วมกันได้อย่างดีขึ้นด้วย ลองเปลี่ยนทัศนคติว่าการทำงานคือสถานที่ที่ต้องใช้เวลาครึ่งหนึ่งของชีวิตอยู่ด้วย มาเป็นสถานที่จะได้ใช้เวลากับกัลยาณมิตรดีๆ ลองใช้โอกาสนี้ในการเปิดโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นด้วยการกล่าวทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใสและในขั้นต้นคุณอาจจะชวนพูดคุยเกี่ยวกับการทำงาน แต่เมื่อสนิทกับแล้วคุณอาจจะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ทั่วไปก็ได้ เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี บางครั้งการทำตัวเปิดเผยและจริงใจเพียงอย่างก็อาจจะยังไม่ทำให้คนอื่นเป็นมิตรกับคุณได้ เพราะคนบางคนอาจจะไม่อยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนอื่นๆ หรือเป็นคนที่ชอบทำงานคนเดียว ถึงอย่างนั้นคุณก็ควรที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานบ้าง เพื่อให้การทำงานราบรื่น ไม่อย่างนั้นการทำงานอาจจะจบลงที่ทุกคนทำร้ายองค์กรด้วยความสัมพันธ์ส่วนตัว เมื่อคุณต้องเริ่มต้นบทสนทนากับพวกเขาก็ลองเสนอตัวที่จะช่วยเหลืองานเล็กๆ น้อยๆ บ้าง อย่างน้อยๆ พวกเขาก็เห็นได้ว่าคุณไม่ได้เพียงแต่พูด แต่คุณลงมือทำอย่างจริงใจด้วย ลองชวนเพื่อนร่วมงานทำกิจกรรมหลังเลิกงาน ถ้าคุณอยากจะมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานนอกเหนือจากเวลางานบ้าง แต่คุณไม่แน่ใจว่าจะชวนเพื่อนร่วมงานไปรับประทานอาหารเย็นหลังเลิกงานหรือไปดูหนังในวันหยุดดีไหม คุณอาจจะเริ่มด้วยการลองชวนพวกเขาไปทานข้าวเที่ยงนอกออฟฟิศด้วยกันก็ได้ และถ้าคุณไปทานข้าวด้วยกันแล้วทุกอย่างราบรื่นดี สิ่งเล็กๆ นี้ ก็จะกลายเป็นเรื่องราวดีๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ของคุณกับเพื่อนร่วมงานอีกด้วย หาความสนใจที่มีร่วมกัน สำหรับบางคนแล้วการต้องมาทำความรู้จักกับคนแปลกหน้าเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนัก แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณลองคิดดูเพื่อนๆ ของเราต่างก็เคยเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมาแล้วทั้งนั้น ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเริ่มต้นทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานเหมือนทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ วิธีหนึ่งที่จะทำให้คุณรู้จักกับเพื่อนร่วมงานได้ดีขึ้นก็คือหาอะไรทำคุณมีคล้ายๆกัน… Continue reading 5 เทคนิคเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างวัน

การทำงานระหว่างวันอาจจะต้องเจอกับสิ่งรบกวนตลอดทั้งวันทำให้การทำงานไม่ได้ผลลัพธ์เท่าที่ต้องการ ซึ่งการแก้ปัญหามีได้หลายวิธีที่จะช่วยทำให้คุณทำงานได้เสร็จตามที่ต้องการ Recruitment Sathi มีวิธีที่ช่วยให้การทำงานระหว่างของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น เขียนสิ่งที่ต้องทำของวันพรุ่งนี้ ลองใช้ช่วงเวลาตอนเย็นหลังจากทำงานต่างๆ ของแต่ละวันในการวางแผนว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องทำงานอะไรให้เสร็จบ้าง เพื่อที่ตื่นเช้ามาทำงานอีกวันจะได้ทำงานไปตามแผน โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทำอะไรก่อน อะไรหลัง สำหรับวิธีจัดลำดับนั้น เนื่องจากแต่ละคนมีช่วงเวลาที่ทำงานได้ดีที่สุดไม่เหมือนกัน การวางแผนทำงานจึงควรดูว่าช่วงเวลาใดของวันที่เป็นช่วงเวลาที่เรามีสมาธิมากที่สุด ก็จัดเอางานที่ใช้เวลามากที่สุดไว้ในช่วงเวลานั้น สำหรับบางคนอาจจะเป็นตอนเช้า บางคนอาจจะเป็นตอนบ่าย จากนั้นก็ใช้เวลาที่เหลือไปกับงานที่ทำซ้ำๆ หรือไม่ต้องเคร่งเครียดมากนัก เช่น ตอบอีเมลที่ไม่สำคัญ เป็นต้น จัดการกับสิ่งรบกวนให้เป็น ระหว่างการทำงานในแต่ละวัน อาจจะมีสิ่งที่รบกวนการทำงานเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ซึ่งทำให้เราไม่สามารถจดจ่ออยู่กับงานอย่างมีสมาธิได้ เพราะต้องเอาเวลาไปจัดการกับสิ่งรบกวนเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์จากลูกค้า ตอบอีเมลด่วน หรือการตอบคำถามเพื่อนร่วมงาน แม้ว่าเราจะไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่เข้ามารบกวนได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือการมีแผนรับมือกับสิ่งที่เข้ามารบกวนให้ได้ ลองดูว่าสิ่งรบกวนมักเกิดขึ้นบ่อยขนาดไหน จะได้จัดลำดับความสำคัญของการทำงานถูก ใส่หูฟังเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้คนรอบข้างรู้ว่าเรากำลังต้องการสมาธิอย่างมาก ตั้งใจทำงานอย่างออกหน้าออกหน้า เพื่อให้คนเห็นว่าเรายุ่งอยู่จริงๆ ลองอยู่เงียบๆ พูดให้น้อยที่สุด แม้จะเป็นเรื่องตลกก็พยายาม จัดสภาพแวดล้อมให้ลงตัว ถ้าสิ่งรอบตัวไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน เราก็อาจที่จะเปลี่ยนจุดสนใจจากงานมาหงุดหงิดกับสิ่งเล็กๆ น้อยเหล่านั้น ก็ลองปรับเปลี่ยนเท่าที่จะเปลี่ยนได้ บางคนสามารถทำงานได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ต่างกันไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน ความดังของเสียง ความสว่างของไฟ แต่เราอาจจะควบคุมบรรยากาศรอบตัวไม่ได้ทั้งหมด แต่ลองหาอะไรที่เราสามารถจัดการได้ เพื่อให้บรรยากาศเข้ากับการทำงานของเรามากที่สุด จัดโต๊ะทำงานให้โล่ง จัดเอกสารเข้าแฟ้มหรือวางใต้โต๊ะให้หมด หาตุ๊กตาตัวเล็กๆ จากการ์ตูนที่ชื่นชอบมาวาง… Continue reading ทำงานให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดระหว่างวัน

ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน

เชื่อเลยว่าหลายคนคงต้องเจอกับอาการเบื่องานกันบ้างแหล่ะ แต่ความจริงคือเราทุกคนต้องทำงาน เพราะงานเป็นส่วนหนึ่งใหญ่ของชีวิต จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตคน ๆ หนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นหากเรากำลังรู้ตัวว่าไม่มีความสุขในการทำงานแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าจะต้องเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพการทำงานและอาจจะทำให้ตัดสินใจอะไรหลายอย่างโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อนแบบต้องหาวิธีที่จะทำให้ความสุขกลับคืนมาแล้ว ความสุขในการทำงานหายไปได้อย่างไร เมื่อเราทำงานไปสักระยะเราจะต้องเจอทั้งความเปลี่ยนแปลงมากมาย หลายคนที่เคยชินกับการทำงานแบบเดิมเหมือนตอนแรกที่เข้ามาทำงาน อาจจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน หรือเมื่อเพื่อนร่วมงานที่สนิทลาออกไป ก็ไม่อยากที่ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความกดดัน จุดเล็ก ๆ เพียงจุดเดียวที่เราไม่พอใจกับการทำงานนั้นส่งผลไปถึงความสุขในการทำงานที่ลดลงด้วย แล้วผลก็คือการมองโลกในแง่ร้ายต่อการทำงาน เช่น มองว่าองค์กรไม่ดี เพื่อนร่วมงานไม่ดีไปจนถึงงานที่เราทำอยู่นั้นไม่ดี แล้วก็จะไม่อยากทำงานหรือเปลี่ยนงานในสุด จะตามหาความสุขกลับมาได้อย่างไร วิธีแก้ก็คือหาสาเหตุให้เจอแล้วแก้ด้วยการหาวิธีหยุดสาเหตุเหล่านั้นให้ได้ แต่ถ้าหากยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ ลองทำวิธีการเหล่านี้ดู เลิกบ่นเรื่องบริษัท บริษัทคือสถานที่ที่ต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งวันทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าเราอึดอัดเมื่อต้องอยู่ที่ทำงาน ความสุขก็ย่อมลดลงแน่นอน วิธีการที่ง่ายที่สุดคือหยุดบ่นเรื่องที่ทำงาน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานหรือกับคนอื่นก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงบริษัทในทางที่ไม่ดี ไม่ต้องสร้างความคิดที่ว่าบ้านที่เราอยู่นั้นแย่กว่าของคนอื่น หยุดเปรียบเทียบที่ทำงานของเรากับออฟฟิศที่เราไปเจอ เว้นเสียแต่เราจะพูดกับคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้เช่นหัวหน้างานหรือ HR อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้เราลดการพูดเรื่องที่ไม่ดีลงไปได้ เลิกคิดเรื่องหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ หากเราไม่ชอบเพื่อนร่วมงานหรือคนรอบตัวเพราะนิสัยหรือความคิดของพวกเขา ให้จำเอาไว้ว่าเราเจอพวกเขาแค่ที่ทำงานและในเวลางานเท่านั้น เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านเราก็ได้อยู่กับตัวเองแล้ว ดังนั้นหากคุณแบบรับความเกลียดไว้จนถึงบ้าน คุณก็จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ชอบตลอดเวลา จนเครียดสะสมเองโดยที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไร… Continue reading ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน