3 นิสัยที่ HR ไม่ปลื้มตอนสัมภาษณ์ !

ก่อนการสัมภาษณ์งานนั้น เรามักจะเตรียมตัวให้ดี แต่แม้ว่าการสัมภาษณ์งานนั้นจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะถ้าหากดันเผลอไปทำในสิ่งที่ทำให้ “แม้แต่ HR ที่ใจเย็นที่สุด ก็หัวเสียได้” ก็คงจะชวดงานนั้นแน่ ๆ ซึ่งเรื่องนี้ Recruitment Sathi ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นและพูดคุยกับเหล่า HR ที่มีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์งาน พวกเขาต่างก็เล่าถึงประสบการณ์ในการสัมภาษณ์ผู้สมัคร ซึ่งในมุมของ HR แล้ว พวกเขาก็ได้เรียนรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่จะทำให้และเพื่อจะช่วยให้เหล่าผู้สมัครทั้งหลายไม่ทำผิดพลาดแบบที่เขาเคยทำ Recruitment Sathi เลยสรุปให้รู้ว่านี่คือนิสัยแย่ ๆ 3 อย่างที่ HR ไม่ปลื้มเอาเสียมาก ๆ เอ่ยถึงมหาวิทยาลัยบ่อย ๆ การที่เราจบจากมหาวิทยาลัยใด ๆ ก็ตาม เราก็ย่อมมีความภูมิใจที่สำเร็จการศึกษาออกมาจนได้ แต่ก็ควรพยายามไม่เอาเรื่องมหาวิทยาลัยมาพูดบ่อย ๆ ในการสัมภาษณ์ โดยเฉพาะ ถ้าพูดเพื่ออวดว่าตัวเองนั้นจบมาจากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง มันกลายจะเป็นเรื่องน่าเบื่อทันที โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้า HR เขาไม่ได้ถามคำถามที่เฉพาะเจาะจงว่าเราจบมาจากที่ไหน มันก็อาจจะทำให้ HR รู้สึกไม่โอเคได้ ถ้าเราพยายามจะพูดถึงมหาวิทยาลัยของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น “ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย XXX ผมได้ทำกิจกรรมอาสา”… Continue reading 3 นิสัยที่ HR ไม่ปลื้มตอนสัมภาษณ์ !

วิธีทำให้กรรมการประทับใจในการสัมภาษณ์งาน

หลังจากฝ่าฟันเขียนเรซูเม่ให้โดนใจฝ่ายบุคคลแล้ว ขั้นต่อไปก่อนที่จะเข้าทำงานด่านแรกที่ทุกคนต้องเจอก็คือ “การสัมภาษณ์งาน” ซึ่งหากทำให้กรรมการประทับใจได้ในด่านนี้ คุณก็จะไปด่านต่อไปนั่นคือการทำงานจริง ซึ่งการสัมภาษณ์งานนั้นอาจจะไม่ได้มีแต่ฝ่ายบุคคลเท่านั้น แต่อาจจะมีหัวหน้าในอนาคตของคุณอยู่ด้วย แม้จะเป็นเวลาไม่นาน แต่คุณก็ควรที่จะทำช่วงเวลานี้ให้ดีที่สุดเพื่อจะได้ไม่เสียใจภายหลัง Recruitment Sathi ขอเสนอ 9 วิธีที่จะทำให้กรรมการทุกคนประทับใจในตัวคุณ ฝึกฝนการพูดให้คล่อง ก่อนจะถึงวันสัมภาษณ์จริงคุณควรจะฝึกตอบคำถามที่มักจะถามกันในวันสัมภาษณ์งาน เพราะการพูดคล่องนั้นแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจในสิ่งที่พูดจริง ๆ เพราะคนที่ไม่เข้าในสิ่งที่พูดหรือกำลังโกหกอะไรบางอย่างมักจะมีพิรุจน์ในการพูด ดังนั้นลองฝึกพูดหน้ากระจกให้คล่อง วิธีการนี้ยังทำให้คุณได้ประเมินทัศนคติของตัวเองอีกด้วย หาข้อมูลบริษัท การสัมภาษณ์งานนั้นไม่ใช่ว่าบริษัทจะเป็นฝ่ายถามคุณเพียงอย่างเดียว แต่คุณเองก็จะต้องเป็นฝ่ายถามบริษัทด้วย ดังนั้นคุณจึงควรเตรียมตัวหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทให้ได้มากที่สุด เพื่อจะได้มีเรื่องพูดคุยกับผู้สัมภาษณ์เกี่ยวกับบริษัท และคุณยังจะได้สอบถามข้อสงสัยเกี่ยวกับบริษัทในอนาคตของคุณ ถ้าคุณมีคนรู้จักในนั้น ลองถามเขาข้อมูลดู หากบริษัทที่คุณกำลังจะไปสัมภาษณ์งานนั้นมีคนที่คุณรู้จักทำงานอยู่ คุณก็ควรลองถามเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กร สวัสดิการและอื่น ๆ ที่เป็นข้อมูลวงใน รู้จักการทำงานของตำแหน่งนั้นให้มากที่สุด คุณกำลังจะไปสัมภาษณ์งานไม่ว่าจะตำแหน่งใดก็ตาม คุณควรรู้จักรายละเอียด หน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับตำแหน่งงานนั้นให้มากที่สุด เพราะคนที่กำลังจะจ้างงานคุณก็คาดหวังว่าการจ้างคุณเข้ามาทำงานนั้นจะช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาได้ ดังนั้นคุณต้องรู้ว่าตำแหน่งนั้น ๆ ต้องการทักษะใดแล้วพยายามพรีเซนส์ออกมาว่าคุณสามารถทำได้จริง ๆ การไหว้ทักทาย คุณไม่จำเป็นต้องฝึกไหว้ให้สวยแบบพรีเซนเตอร์โฆษณาก็ได้ แต่ต้องไม่ลืมที่จะไหว้คณะกรรมการเพราะคุณจะดูสุภาพ อ่อนน้อมถ่อนตน แต่ถ้าคุณไม่ได้สัมภาษณ์งานกับคนไทย และเขาต้องการจับมือ ก็ต้องจับโดยออกแรงหน่อย ทั้งสองอย่างนี้ให้ทำก่อนที่จะเริ่มแนะนำตัว รอยยิ้มพิมใจ อย่าลืมที่จะยิ้มตลอดเวลาตอบคำถาม แสดงให้เห็นว่าคุณมีความกระตือรือล้นและใส่ใจฟังในสิ่งที่กรรมการถาม แม้ว่ากรรมการสัมภาษณ์งานบางที่อาจจะไม่ยิ้มตอบคุณเพราะเขาสัมภาษณ์คนมาแล้วทั้งวัน… Continue reading วิธีทำให้กรรมการประทับใจในการสัมภาษณ์งาน

ตอบอย่างไรดีกับคำถาม “มีอะไรจะถามไหม?”

เมื่อคุณสมัครงาน สิ่งที่คุณจะต้องเจอก็คือกระบวนการสัมภาษณ์งานเพราะที่ทำงานใหม่ของคุณยังไม่รู้จักคุณดี ดังนั้นการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสัมภาษณ์งานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกัน ด้วยความที่รูปแบบการสัมภาษณ์งานก็จะคล้ายๆ กัน เช่นเริ่มต้นด้วยการแนะนำตัว และจบลงด้วยคำถามปิดบางอย่างเพื่อให้รู้ว่าการสัมภาษณ์สิ้นสุดลงแล้ว หนึ่งในคำถามที่หลายคนมักเจอก็คือ “มีอะไรจะถามไหม?” สำหรับบางคนแล้ว คำถามนี้เป็นถามที่ยากพอสมควร เพราะก่อนจะมาสัมภาษณ์ก็ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทและตำแหน่งงานมาเป็นอย่างดี จนไม่รู้จะถามอะไรต่อ Recruitment Sathi ได้รวบรวมคำถามที่จะทำให้การสัมภาษณ์คุณเป็นไปด้วยดีและเป็นที่น่าประทับใจของกรรมการ ความท้าทายของตำแหน่งนี้มีอะไรบ้าง เนื่องจากคนที่สัมภาษณ์คุณอาจจะเป็นหัวหน้างานในตำแหน่งนี้อยู่ พวกเขาจะรู้ว่าในการทำงานตำแหน่งนี้จะต้องเจอกับอะไรบ้างในแต่ละวัน และอะไรคือสิ่งที่ท้าทาย ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ สำหรับคุณ เพราะคุณจะได้มองเห็นตัวเองในอนาคตว่าคุณกำลังจะต้องเจอกับอะไร แล้วถ้าเป็นคุณ คุณจะรับมือกับความท้าทายนี้อย่างไร โอกาสเติบโตของตำแหน่งนี้เป็นอย่างไร การทำงานใดก็ตาม คุณต้องมองหาหนทางเติบโตในการทำงานที่ชัดเจน เพราะการเติบโตที่ชัดเจนจะทำให้คุณเองมองเห็นเป้าหมายว่าคุณจะมีอนาคตในอีก 3 ปี หรือ 5 ปี อย่างไร การเลื่อนขั้นที่ชัดเจนจะทำให้คุณมีแรงใจในการทำงานมากขึ้น รวมทั้งยังได้รับบทบาทใหม่ๆ มากขึ้น วัฒนธรรมขององค์กรนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องอะไรมากที่สุด แต่ละองค์กรมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากจะต้องเข้าไปทำงานในที่ๆ ใหม่ คำถามลักษณะนี้จะช่วยให้คุณประเมินตัวเองได้ว่าคุณจะทำงานที่นี่ได้ไหม ซึ่งการที่คุณสมัครงานในตำแหน่งหนึ่งๆ คุณย่อมต้องมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนจนถูกเรียกสัมภาษณ์ แต่ว่าทักษะอาจจะไม่ใช่ทุกอย่างที่ทำให้คุณทำงานหนึ่งได้นานๆ วัฒนธรรมองค์กรก็เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาเช่นเดียวกัน ทีมที่กำลังจะเข้าไปทำงานมีกี่คน คำถามนี้สำคัญมากสำหรับคนที่กำลังจะทำงานในตำแหน่งหัวหน้างาน เพราะคุณอาจจะต้องเข้ามาดูแลคนจำนวนหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันหากคุณสมัครงานในตำแหน่งทั่วไป คำถามนี้ก็ยังแสดงให้เห็นว่าคุณกระตือรือล้นที่จะทำงานเป็นทีม หรือชอบทำงานคนเดียวได้เช่นเดียวกัน วิสัยทัศน์ของ CEO… Continue reading ตอบอย่างไรดีกับคำถาม “มีอะไรจะถามไหม?”

ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน

เชื่อเลยว่าหลายคนคงต้องเจอกับอาการเบื่องานกันบ้างแหล่ะ แต่ความจริงคือเราทุกคนต้องทำงาน เพราะงานเป็นส่วนหนึ่งใหญ่ของชีวิต จริง ๆ เรียกได้ว่าเป็นส่วนใหญ่ของชีวิตคน ๆ หนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นหากเรากำลังรู้ตัวว่าไม่มีความสุขในการทำงานแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าจะต้องเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาอีกแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานแบบไม่เต็มประสิทธิภาพการทำงานและอาจจะทำให้ตัดสินใจอะไรหลายอย่างโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อนแบบต้องหาวิธีที่จะทำให้ความสุขกลับคืนมาแล้ว ความสุขในการทำงานหายไปได้อย่างไร เมื่อเราทำงานไปสักระยะเราจะต้องเจอทั้งความเปลี่ยนแปลงมากมาย หลายคนที่เคยชินกับการทำงานแบบเดิมเหมือนตอนแรกที่เข้ามาทำงาน อาจจะไม่อยากเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงาน หรือเมื่อเพื่อนร่วมงานที่สนิทลาออกไป ก็ไม่อยากที่ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความกดดัน จุดเล็ก ๆ เพียงจุดเดียวที่เราไม่พอใจกับการทำงานนั้นส่งผลไปถึงความสุขในการทำงานที่ลดลงด้วย แล้วผลก็คือการมองโลกในแง่ร้ายต่อการทำงาน เช่น มองว่าองค์กรไม่ดี เพื่อนร่วมงานไม่ดีไปจนถึงงานที่เราทำอยู่นั้นไม่ดี แล้วก็จะไม่อยากทำงานหรือเปลี่ยนงานในสุด จะตามหาความสุขกลับมาได้อย่างไร วิธีแก้ก็คือหาสาเหตุให้เจอแล้วแก้ด้วยการหาวิธีหยุดสาเหตุเหล่านั้นให้ได้ แต่ถ้าหากยังหาสาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ ลองทำวิธีการเหล่านี้ดู เลิกบ่นเรื่องบริษัท บริษัทคือสถานที่ที่ต้องใช้ชีวิตเกือบทั้งวันทำกิจกรรมต่าง ๆ ดังนั้น ถ้าเราอึดอัดเมื่อต้องอยู่ที่ทำงาน ความสุขก็ย่อมลดลงแน่นอน วิธีการที่ง่ายที่สุดคือหยุดบ่นเรื่องที่ทำงาน ไม่ว่าจะกับเพื่อนร่วมงานหรือกับคนอื่นก็ตาม ไม่ต้องพูดถึงบริษัทในทางที่ไม่ดี ไม่ต้องสร้างความคิดที่ว่าบ้านที่เราอยู่นั้นแย่กว่าของคนอื่น หยุดเปรียบเทียบที่ทำงานของเรากับออฟฟิศที่เราไปเจอ เว้นเสียแต่เราจะพูดกับคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ได้เช่นหัวหน้างานหรือ HR อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้เราลดการพูดเรื่องที่ไม่ดีลงไปได้ เลิกคิดเรื่องหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน เราเปลี่ยนความคิดใครไม่ได้ แต่เราเปลี่ยนความคิดของตัวเองได้ หากเราไม่ชอบเพื่อนร่วมงานหรือคนรอบตัวเพราะนิสัยหรือความคิดของพวกเขา ให้จำเอาไว้ว่าเราเจอพวกเขาแค่ที่ทำงานและในเวลางานเท่านั้น เมื่อทำงานเสร็จกลับบ้านเราก็ได้อยู่กับตัวเองแล้ว ดังนั้นหากคุณแบบรับความเกลียดไว้จนถึงบ้าน คุณก็จะต้องอยู่กับคนที่ไม่ชอบตลอดเวลา จนเครียดสะสมเองโดยที่พวกเขาไม่ต้องทำอะไร… Continue reading ปรับความคิดในวันที่ไม่อยากทำงาน

รวมคำถามสัมภาษณ์งานที่ผู้หางานต้องตอบให้ได้

การสัมภาษณ์งานถือเป็นด่านที่ท้าทายมากสำหรับผู้สมัครงานเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้สมัครงานหน้าใหม่หรือคนที่กำลังจะเปลี่ยนงานก็ต้องผ่านขั้นตอนนี้ไปให้ได้ ดังนั้นขั้นตอนการเตรียมตัวสำหรับสัมภาษณ์งานจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเตรียมตัวสัมภาษณ์ให้ดี ก็ย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง ซึ่งวิธีการที่ง่ายที่สุดในการเตรียมตัวก็คือการเตรียมคำตอบสำหรับคำถามที่มักจะถามกันบ่อยๆ ในการสัมภาษณ์งาน ถึงแม้บางคนจะบอกว่าถ้าพูดความจริง ก็ไม่จำเป็นต้องเตรียมก็ได้ แต่การเตรียมให้ดีจะช่วยลดความประมาท ทำให้พูดรายละเอียดได้ครบถ้วนและดูเชี่ยวชาญมากขึ้น คำถามสัมภาษณ์งานที่ใช้กันบ่อยที่สุด ไม่ว่าคุณจะสัมภาษณ์งานในตำแหน่งใดก็ตาม ผู้สัมภาษณ์จะต้องถามคำถามเกี่ยวกับตัวคุณเอง พวกข้อมูลส่วนตัว เพราะถือว่าเป็นสิ่งแรกที่จะทำให้ผู้สัมภาษณ์เข้าใจ และสามารถเปิดไปสู่คำถามต่อๆ ไปได้ง่ายที่สุด ซึ่งในส่วนนี้ผู้สัมภาษณ์จะต้องการทราบว่าลักษณะนิสัยของคุณเหมาะกับองค์กรหรือไม่ ซึ่งก็มักจะเป็นคำถามปลายเปิด ดังนั้นคุณจะต้องมีเตรียมสิ่งที่จะพูดให้กระชับ ตัวอย่างคำถามก็ได้แก่ เล่าเกี่ยวกับตัวเองให้ฟังหน่อย จะเล่าเกี่ยวกับตัวเองว่าเป็นอย่างไร ลองบอกเกี่ยวกับอะไรก็ได้ที่ไม่ได้เขียนในเรซูเม่ จุดแข็งของคุณคืออะไร จุดอ่อนของคุณคืออะไร จัดการกับความล้มเหลวอย่างไร คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จหรือยัง เพราะอะไร จัดการกับความเครียดและความกดดันอย่างไร การทำงานของคุณเป็นอย่างไรบ้าง ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ไหม งานนี้มันตรงกับแผนการทำงานของคุณอย่างไรบ้าง เอางานกลับไปทำที่บ้านบ้างไหม การตัดสินใจครั้งที่คิดว่ายากที่สุดในชีวิตคืออะไร มองตัวเองเป็นอย่างไรบ้าง คิดว่าคนอื่นมองเราเป็นอย่างไรบ้าง หลงใหลหรือชื่นชอบอะไรเป็นพิเศษบ้าง งานอดิเรกคืออะไร ชอบทำอะไรบ้าง อาชีพในฝันคืออะไร ทำไมอยากทำงานนี้ ทำเราต้องจ้างคุณ ถ้ามีอายุเหลืออีกแค่ 10 ปียังจะทำงานนี้อยู่ไหมหรือจะเลือกไปพักผ่อน คิดถึงอะไรในที่ทำงานเก่ามากที่สุด คำถามเกี่ยวกับงานเก่า คำถามเกี่ยวกับที่ทำงานเก่าเป็นคำถามที่มักจะถูกถามหากคุณเป็นคนที่เคยทำงานมาแล้ว เพราะบริษัทก็ต้องอยากรู้ว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณตัดสินใจลาออกจากที่เก่า เพื่อจะได้รู้คุณเคยเจอปัญหาอะไรมาและจะได้รู้ด้วยอะไรคือปัญหาและอุปสรรคที่คุณเจอ ซึ่งคำถามเหล่านี้ HR มักจะเอาไว้ใช้ดูว่าคุณกับที่ทำงานเก่าพูดตรงกันหรือไม่… Continue reading รวมคำถามสัมภาษณ์งานที่ผู้หางานต้องตอบให้ได้